แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิว พระอาทิตญ์ตกที่ขึ้นชื่อ แห่งหนึ่งในจังหวัด ภูเก็ต

แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิว พระอาทิตญ์ตกที่ขึ้นชื่อ แห่งหนึ่งในจังหวัด ภูเก็ต สำหรับใคร ที่ได้เดินทาง มาถึงจังหวัดภูเก็ตแล้ว แต่ว่าไม่ได้มาเยือน จุดชมพระอาทิย์ตกที่แหลมพรมเทพ ซัดครั้งหนึ่งก็คงถือว่า มาเที่ยวภูเก็ตยังไม่ครบได้เลยที่เดียว เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว ที่ทำให้จังหวัดภูเก็ต เป็นที่รู้จักในหลายๆ ประเทศเลยที่เดียว ด้วยตัวแหลมพรมเทพ ที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ภูเก็ต และมีลักษณะที่ยื่น ลงไปในทะเล ทำให้เห็นมุมพระอาทิตย์ตกที่สวยเลยงาม และเป็นจุดที่ตั้งของ ประภาคารกาญจนาภิเษก ที่แหลมพรหมเทพ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติครองราชย์ 50 ปี และใช้เป็นสัญลักษณ์ในการเดินเรือในฝั่งอันดามัน นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่อ้างอิงเวลาพระอาทิตย์ตกดินในประเทศไทย

ด้วยความที่เป็นที่เลื่องชื่อ เวลาที่เหมาะที่สุด ในกาารมาเที่ยวชม จะเป็นช่วงก่อนพระอาทิตย์ตก แต่จากจำนวนนักท่องเที่ยว ที่บางวันอาจจะมากถึงหลายพันคน ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะ เป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุด แม้จะมีที่จอดรถให้คอยบริการ แต่มีความเป็นไปได้ที่อาจจะ ต้องใช้เวลา เป็นชัวโมง เพื่อที่จะตามหาที่จอดรถ

บริเวณที่จอดรถรถ จะมีร้านอาหร เครื่องดื่ม ของที่ละลึก และห้องน้ำ ให้ได้เดินจับจ่าย และเข้าใช้บริการ และจะมีจุดจอดรถ3ล้อ ขายอาหาร ที่ปลาหมึกย่างเลื่องชื่อ ที่มีน้ำจิ้มรสเด็ด แบบที่แซบถึงซวงได้ตามสั่ง หรือจะเป็นมะพร้าวน้ำหอมเป็นลูก ที่ดับความกระหาย และในวันที่อากาศร้อนมากๆ ก็จะมีไอติมกะทิ ที่ทำจากกะทิสด พร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย ที่ให้เราสามารถ ตักเองได้ตามใจชอบ

โดยในจุดแรกที่เราจะไปคือบนจุดสูงสุดของ บริเวณแหลมพรหมเทพ ที่จะเป็นสถานที่ตั้งของ แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิว พระอาทิตย์ตกที่ขึ้นชื่อ แห่งหนึ่งในจังหวัด ภูเก็ต สำหรับใคร ที่ได้เดินทางมาถึงจังหวัดภูเก็ต แต่ว่าไม่ได้มาเยือน จุดชมพระอาทิย์ตกที่แหลมพรมเทพ ซัดครั้งหนึ่งก็คงถือว่า มาเที่ยวภูเก็ตยังไม่ครบได้เลยที่เดียว เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว ที่ทำให้จังหวัดภูเก็ต เป็นที่รู้จักในหลายๆ ประเทศเลยที่เดียว ด้วยตัวแหลมพรมเทพ ที่อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ภูเก็ต และมีลักษณะที่ยื่น ลงไปในทะเล ทำให้เห็นมุมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และเป็นจุดที่ตั้งของ ประภาคารกาญจนาภิเษก ซึ่งมีความสูง 50 ฟุต และแสงไฟจากประภาคารส่องมองเห็นได้จากระยะไกล 39 กิโลเมตร เพื่อประโยชน์ในการเดินเรือ ภายในประภาคารสามารเช้าชมได้ โดยจะจัดแสดงเกี่ยวกับ ประวัติของประภาาร และพื้นที่ทะเลโดยรอบ จะปิดให้บริการประมาณ 16.30น. โดยบริเวณใกล้เคียงกัน จะมีศาลพระพรม ซึ่งเป็นสานที่สักการะ ของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง

บริเวณด้านหน้า จะพบกับ บริเวณแหลมที่ยื่นลงไปในทะเล และ เกาะที่อยู่หน้าแหลมพรหมเทพเป็นเกาะแก้วน้อย และ เกาะแก้วใหญ่

กับหาดในหาน ที่สมารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

สำหรับผู้ที่มีคสวามสนใจ ที่จะเดินลงไปให้ถึง บริเวณปลายแหลมที่ยื่นลงไปในทะเลก็ สามารถลงไปได้ โดยเส้นทางในช่วงต้นอาจจะ มีความชัน และลื่นอยู๋บ้าน เนื่องจากเป็นทางเดินดิน แต่ก็สามารถเดินลงไปแต่ต้องใช้ความระมัดระวัง ตามทางเดินจะ พบกับบรรยาการของทุ่งหญ้าเล็ก ในช่วงหน้าร้อน ใบหญ้าสีเหลืองทองพัดลู่ไปกับสายลม ก็จะให้ความสวยงามไปอีกแบบ ประเวณปลายแหลมจะได้พบกับ หลักบอกพิกัดทางภูมิศาสตร์ของแหลมพรหมเทพ โดยในบางวันอาจจะได้พบเห็นกับ ชาวบ้านที่มาทำการตกปลาที่บริเวณปลายแหลม หรือใครจะรอชมพระอาทิตย์ตก ในบริเวณนี้ก็สามารถทำได้ แต่เวลาเดินทางกลับอาจจะไม่สะดวกเพราะ ไม่มีแสงสว่างตามทางเดิน ในวันที่อากาศร้อน อาจจะต้องมีการเตรียมน้ำดื่มไปด้วย

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เดินลงไป บริเวณปลายแหลมก็สามารถ อยู่ชมพระอาทิตย์ ตกได้บริเวณด้านหน้าของประภาคาร ซึ้งจะมีลานว่าง และขอบปูนอยู่ตลอดแนว

การเข้าชม

วันทำการ = ทุกวัน

ช่วงเวลาท่องเที่ยว = ตลอดทั้งวัน จะสวยเป็นพิเศษช่วงพระอาทิตย์ตก

ที่ตั้ง = อยู่ทิศใต้ของเกาะภูเก็ต

สิ่งอำนวนความสะดวก

มีลานจอดรถ ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ของที่ละลึก และห้องน้ำในบริเวณลานจอดรถให้บริการ อยู่จำนวนหนึ่ง

การเดินทาง

โดยรถยนตร์ส่วนตัว จากตัวเมืองภูเก็ตไปตามทางหลวงหมายเลข 4024 จนถึงหน้าหาดราไวย์ จากนั้นตรงตามทางหลวงหมายเลข 4030 ผ่านหน้าหาดราไวย์ วิ่งไปจนสุดหาด จะพบกับสามแยกหน้าเทศบาลตำบลราไวย์ เลี้ยวหน้าเทศบาลตำบลราไวย์ แล้ววิ่งต่อไปบทถนนหมายเลข 4030 ก็จะถึงลานจอดรถของแหลมพรหมเทพ ต้องเดินขึ้นบันได ไปบนเนินสูง เพื่อไปจุดชมวิว โดยระหว่างทาง จะมีป้ายบอกทางไปแหลมพรหมเทพชัดเจน รวมระยะทางจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 18 กิโลเมตร

สถานที่ใกล้เคียง = หาดราไวย์ หาดยะนุ้ย หาดในหาน


พบกับ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก กิจกรรมดีๆในภูเก็ต ได้ที่ www.phuket-traveltrip.com